วิบัติ..หรือวิวัฒน์!!?
posted on 08 Nov 2009 13:16 by yui-ka
ต่อจากเอนทรี่ วิบัติได้อีก! (แปลไทยเป็นไทย) <<< เข้าไปอ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นเอนทรี่นั้นด้วยนะ
เนื่องด้วยบังเอิญไปเจ๊อะกับกระทู้ของท่าน repentant < My.iD> เข้า
ซึ่งคุณพี่ได้ใส่เนื้อหา '(เลวร้ายจริงหรือ?) ภาษาวิบัติ...ฤาจะเป็นภาษาวิวัฒน์?!?!'
อ่านเวอร์ชั่นเต็ม >> ตรงนี้
ความ
จริงแล้วภาษาของมนุษย์เพิ่งอยู่ตัว ไม่มีการวิวัฒน์
เปลี่ยนแปลงมากก็เมื่อไม่นานมานี้เอง
ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางสังคมซึ่งทำให้เกิดรัฐชาติ(ซึ่งสร้างความจำเป็นด้าน”ภาษาราชการ”เพื่อ ติดต่อ บริหารงาน) และเทคโนโลยีแท่นพิมพ์ (ซึ่งทำให้การกระจายภาษามาตรฐานเป็นไปได้ง่ายขึ้น)
ลองดูคนไทยภาคกลาง เหนือ ใต้ อิสานดูก็ได้ครับ ว่าภาษาพูดต่างกันขนาดไหน นั่น
เพราะสมัยก่อนระยะทางเพียงร้อยกิโลเมตรนับว่าไกลไม่น้อย ฉะนั้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการวิวัฒน์ของภาษาจึงต่างกันมาก...ภาษาไทยยุคใหม่อย่างที่
เราคุ้นเคยก็เพิ่งวิวัฒน์กันเป็นรูปเป็นร่างก็สมัยต้นรัตนโกสินทร์ตอนต้นนี่
เอง เมื่อราชบาลรวมศูนย์การปกครองอยู่ในบางกอก
ประกอบกับแป้นพิมพ์หมอบรัดเลย์ที่สร้างมาตรฐานด้านภาษาจนได้รับการยอมรับโดย
ทั่วกัน
ถึงขนาดนั้นการวิวัฒน์ก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆเช่น อ้าย --> กับ เปน -->เป็น ในช่วงไม่ถึงสองร้อยปีด้วยซ้ำ
ตราบ
ใดวัฒนธรรม สังคมนั้นๆยังคงอยู่บนโลก
ภาษาก็ต้องเติบโตเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
ภาษาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยย่อมกลายเป็นภาษาที่ตายของอารยธรรมที่ตายแล้ว
เช่น ละติน หรือบาลีสันสกฤต
แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ดีเสมอไป(เช่นสมัยจอมพล ป ตัดตัวอักษรให้เหลือเท่ากับภาษาอังกฤษ) และหากเราต้องการอนุรักษ์ภาษาไทยอย่างถูกต้องก็ควรแยกแยะให้ออกก่อน...เพราะผมคิดว่าสังคมไทยหลงประเด็นมานาน จริงๆเรื่องอนุรักษ์ภาษาไม่ใช่ขาวกับดำ การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งเลวร้าย การหยุดนิ่งคือดีเลิศ
ประวัติ
ศาสตร์สอนเราว่าการเปลี่ยนแปลงมันเป็นเรื่องปกติเพื่อให้สังคมนั้นๆเข้ากับ
การเปลี่ยนแปลงของโลกรอบตัว
แต่ผลกระทบบวกหรือลบต่างหากคือตัวตัดสินว่าอย่างไหนเรียกวิวัฒน์หรือวิบัติ
อย่าง Shakespeare ยัง
คิดคำใหม่ๆให้กับภาษาอังกฤษมากมาย เพราะท่านเห็นว่าคำดั้งเดิม ไม่สวยงาม
ลื่นไหลพอสำหรับบทประพันธุ์ของท่าน ผลก็คือวัฒนธรรมภาษาอังกฤษสวยงาม
สมบูรณ์ขึ้น
หรือภาษาอังกฤษแบบสหรัฐอเมริกาที่เกิดจากความต้องการสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ก็ปรับการสะกดของศัพท์หลายตัวเช่น “Colour” เป็น “Color” “Mum” เป็น “Mom”
ภาษา
ญี่ปุ่นหลายคำก็ได้รากมาจากภาษาโปรตุเกสเมื่อคราวสองประเทศเปิดประตูติดต่อ
กัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความคิดใหม่ๆ ซึ่งนำไปสู่การรวมชาติภายใต้โนบุนากะ
แล้วไทยล่ะ?...ปรากฏการณ์ที่เกิดเพราะวรรณกรรมอินเตอร์เนตถือเป็นคุณหรือโทษ วัฒนธรรม ความคิดของเรา”ร่ำรวย”ขึ้นหรือไม่จากภาษาวิบัติ
ผมขอตอบความเห็นส่วนตัวตามตรงว่า “ไม่เลยสักนิด” และนี่คือเหตุที่ผมเลือกจะต่อต้านภาษาวิบัติ
--------------------
อยากให้คนที่ใช้ภาษาวิบัติได้รับฟัง แล้วลอง เปลี่ยน ดูบ้าง
เรามีเพื่อนทีใช้คำจำพวกนี้เยอะ
ก็ไม่อยากจะพูดมากอะไร เดี๋ยวจะทะเลาะกันซะเปล่าๆ
หวังว่าเอนทรี่นี้จะส่งถึงคนที่ใช้อยู่บ้าง...
แม้สักคน...ก็ยังดี...
คำตอบของเอนทรี่นี้คงชัดแล้วนะคะ
สำหรับคนที่ชอบอ้างว่าภาษามันก็เปลี่ยนไปตามสมัย..ภาษาวิบัติมันก็แค่ภาษาที่ิวิวัฒน์ขึ้น
แปะ

/サク..."の"... マ\[rebirth]
Aklare : เอแคลร์
#1 By ·´¯`·۞.>>--» ll ค่ นี้ ก้ อ สุ ข จั ย เ กิ u w อ.●•♪ L ด : ฮิ ป อ า $ ม ณ์ ll ด ก °º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø ● εїз on 2009-11-08 13:35